จดบริษัทดีไหม? เทียบภาษีบุคคลธรรมดา vs นิติบุคคล + เดดไลน์ส่งงบ DBD ที่ห้ามพลาด
ภาษีต่างกันแค่ไหน
บุคคลธรรมดา เสียภาษีแบบขั้นบันได 5% ไปจนถึง 35% เมื่อเงินได้สุทธิเกิน 5 ล้านบาท
บริษัทจำกัดทั่วไป เสีย 20% ของกำไรสุทธิ แต่ถ้าเข้าเกณฑ์ SME (ทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท/ปี) จะได้อัตราพิเศษ:
- กำไร 300,000 บาทแรก — ยกเว้นภาษี
- กำไร 300,001 – 3,000,000 บาท — 15%
- กำไรส่วนที่เกิน 3 ล้านบาท — 20%
นอกจากอัตราที่ต่ำกว่า บริษัทยังหักรายจ่ายได้ตามจริง (เงินเดือนตัวเอง ค่าเช่า ค่าเสื่อม ฯลฯ) ต่างจากบุคคลธรรมดาที่หลายประเภทเงินได้หักเหมาได้จำกัด
จุดที่มักคุ้มค่าเริ่มคิดเรื่องจดบริษัท
- กำไรจริงต่อปีเริ่มแตะหลักล้าน — ส่วนต่างอัตราภาษีเริ่มชัด
- ลูกค้าหลักเป็นองค์กร/หน่วยงานที่ต้องการคู่ค้าเป็นนิติบุคคล
- ต้องการแยกความรับผิดส่วนตัวออกจากธุรกิจ และสร้างเครดิตกับธนาคาร
ปัจจุบันจดบริษัทง่ายขึ้นมาก: ผู้เริ่มก่อการขั้นต่ำ 2 คน และจดออนไลน์ได้ผ่านระบบ DBD Biz Regist ยืนยันตัวตนด้วย ThaiD ไม่ต้องไปกรม
แต่จดแล้ว "หน้าที่" ก็ตามมา — ปฏิทินที่ห้ามพลาด
- ภ.ง.ด.50 (ภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี): ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี
- ภ.ง.ด.51 (ครึ่งปี): ภายใน 2 เดือนหลังครบ 6 เดือนแรกของรอบบัญชี
- ประชุมผู้ถือหุ้น (AGM) อนุมัติงบ: ภายใน 4 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชี (รอบ 31 ธ.ค. = ภายใน 30 เม.ย.)
- ยื่นงบการเงินต่อ DBD ผ่าน DBD e-Filing: ภายใน 1 เดือนนับจากวันประชุม และยื่นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ภายใน 14 วันหลังประชุม
พลาดกำหนดมีทั้งค่าปรับกรมพัฒน์ฯ และเบี้ยปรับเงินเพิ่มฝั่งสรรพากร — DBD ย้ำทุกปีให้ยื่นแต่เนิ่นๆ เพราะระบบหนาแน่นช่วงปลายพฤษภาคม
บทสรุป
การจดบริษัทคือการแลก "ภาษีที่ถูกลง + ความน่าเชื่อถือ" กับ "วินัยด้านเอกสารและกำหนดเวลา" ถ้ามีทีมบัญชีดูแลครบวงจร ภาระฝั่งหลังแทบเป็นศูนย์ — CapFlow Partner ดูแลตั้งแต่จดทะเบียน วางระบบ ไปจนถึงปิดงบและยื่น DBD ให้ครบทุกกำหนด
